ไม่มีใครที่ไม่สามารถรวย ถ้าอยากจะรวย: สาวอายุ 60 ทำเว็บขายสินค้าLuxuryมือสอง ขายถล่มทลาย 3 พันล้านบา
- advancedbizmagazine
- 23 พ.ค. 2558
- ยาว 1 นาที

กูรูธุรกิจบางคนสอนคุณว่า “จงหาธุรกิจที่ไม่มีใครทำ–จงหาสินค้าที่ไม่มีใครขาย” แต่ในความเป็นจริง เงื่อนไขพันธ์นั้นมันจะไปหาที่ไหน?.. หลายทุกสิ่งที่คุณคิดได้ส่วนมากมีคนคิดและทำมาก่อนแล้ว ถ้าวันนี้คุณเจอไอเดียธุรกิจสุดเจ๋งจาก Google แปลว่ามันมีคนทำแล้ว ไม่อย่างนั้นคุณจะหาข้อมูลเจอบน Google เหรอ!
แต่มีกูรูนักธุรกิจอีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า “คุณไม่จำเป็นต้องคิดหาอะไรที่มันเหนือโลกมาทำหรอก” ของแปลกๆ ปล่อยให้คนแรกๆเขาลองทำไปก่อน ถ้าทำแล้วมันเวิร์คคุณค่อยทำตาม พูดหยาบๆ คือก็อปปี้ธุรกิจเขามาทำเลยจ้า แต่!… มีแต่นะครับ
ก็อปปี้มาแต่โมเดลธุรกิจ แต่ในรายละเอียดคุณต้องประยุกต์ให้เป็น Brand และ Culture ของคุณ โดยการหาช่องว่างช่องโหว่ ของเจ้าแรกที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม นำจุดอ่อนคู่แข่งมาเป็นจุดแข็งของคุณ โฟกัสกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองโดยเจ้าแรก กล่าวโดยสรุปคือ ก็อปปี้โมเดลที่พิสูจน์แล้วว่ามีตลาด แต่คุณมาหา Niche target ที่รายใหญ่เข้ามาถึงภายในตลาดนั้นอีกที
ที่เล่ามานี้ตรงกับประสบการณ์ของ Julie Wainwright สาวใหญ่นักบริหาร หลังจากผ่านการเป็นลูกจ้างในระดับ Senior management มาครึ่งชีวิต เธอก็ตัดสินใจที่จะเป็นนายตัวเองอย่างจริงจังในวัย 50 กลางๆ กับเว็บไซต์www.therealreal.com โดยแบ่งเงินเก็บของตัวเองประมาณ 100,000 เหรียญหรือ 3 ล้านกว่าบาท และอีกส่วนหนึ่งมาจากการเสนอนายทุน Angel investor และ Venture capital ตามลำดับ
The Real Real คืออะไร?
Julie ได้ไอเดียธุรกิจต่อยอดมาจากสังคมเพื่อนฝูงของเธอที่ชอบซื้อและสะสมกระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับแบรนด์เนม และเมื่อถึงจุดหนึ่งสาวๆ นักช็อปปิ้งเหล่านั้นเกิดความรู้สึกอยากขายสินค้าของตัวเองแบบมือสอง ในขณะเดียวกัน เว็บขายสินค้ามือสองอย่าง eBay ก็มีปัญหาคือผู้ซื้อไม่ไว้ใจว่าสินค้ามือสองเหล่านั้นเป็นของแท้จริงๆหรือไม่
Julie จึงอาศัยช่องว่างตรงกลางนี้ไปต่อยอดสร้างเว็บไซต์ The Real Real ศูนย์กลางซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามือสองที่เจาะกลุ่ม สินค้าแบรนด์เนมโดยเฉพาะ โดยแบรนด์หลักๆ ได้แก่ Chanel, Hermès, Prada, Gucci ฯลฯ เป็นต้น โดยจุดเด่นของเว็บไซต์เธอคือ…
1. มีทีมผู้เชี่ยวชาญในการพิสูจน์สินค้าแบรนด์เนม 2. มีการทำแคทตาล็อกบอกวิธีการดูสินค้าแบรนด์เนมไว้เป็นชุดๆ 3. มีบริการไปรับสินค้าถึงบ้านผู้ขาย 4. มีความซื่อสัตย์ กรณีพบเจอของมีค่าภายในกระเป๋าที่รับมา เขาจะติดต่อคืนเจ้าของทันที 5. The Real Real รับค่านายหน้าเริ่มต้นที่ 40% จากยอดขาย
นี่คือจุดแข็งที่ทำให้เธอมีสามารถแข่งขันกับเว็บที่มีโมเดลธุรกิจคล้ายกันอย่าง eBay กล่าวคือเจาะ Niche market ที่ eBay เข้าไปดูแลได้ไม่เต็มที่ เลือกเฉพาะสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมือสอง มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน และระบบที่มีความเป็นมนุษย์มากกว่า (Humanly) สื่อสารพูดคุยกับคนจริงๆ มีคนไปรับสินค้าถึงบ้านผู้ขาย
สิ่งที่เธอทำจะช่วยกระตุ้นให้คนยินดีซื้อสินค้าแบรนด์เนมมือหนึ่งมากขึ้น เพราะคนรู้แล้วว่ามีแหล่งปล่อยสินค้าแบรนด์เนมโดยเฉพาะที่เชื่อถือได้ ในขณะที่คนอยากเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมด้วยงบประมาณจำกัดก็จะมีโอกาสได้ซื้อของมือสองจากเว็บไซต์อย่างมั่นใจว่าจะได้ของแท้
Julie เริ่มต้นพัฒนาเว็บไซต์นี้ในปี 2011 และในปี 2014 ณ วัย 57 ปี เธอมียอดขายทั้งปี 100 ล้านเหรียญหรือประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท โดยเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าคือทำยอดขายให้ได้ปีละ 1,000 ล้านเหรียญ หรือ 30,000 ล้านบาท!
ความท้าทายของ The Real Real
The Real Real ถือเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพในกลุ่มอีคอมเมิร์ซและต้องการนายทุน และ Julie ต้องเผชิญกับความท้าทายในฐานะ Startup entrepreneur ที่ดูแปลกแยกจากคนอื่นๆ
นักธุรกิจ Startup ในปัจจุบันมักเป็นคนหนุ่มสาวและบางคนก็เป็นนักศึกษาหนีเรียนมาสร้างธุรกิจ หรือที่เรียกกันว่า College dropout คนเหล่านี้สร้างความตื่นเต้นให้กับนายทุนกับไอเดียไฟลุกและโปรเจคที่น่าเร้าใจ
ในขณะที่ Julie เป็นผู้หญิงผมบลอนด์ ไฮโปรไฟล์ (ทำงานมามาก ไม่สดเหมือนน้องๆ College dropout) และมีอายุ 53-54 ปีตอนที่เริ่มพัฒนาโครงการ The Real Real ทำให้เป็นที่แปลกตาและกังขาของนักลงทุนที่คุ้นเคยกับการสนับสนุน Startup วัยรุ่น ทำให้เธอต้องพิสูจน์ตัวเองหนักขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้นักลงทุนมั่นใจในโมเดลธุรกิจและโอกาสในการทำเงิน
Julie บอกว่าที่สุดแล้ว สิ่งที่นายทุนต้องการมากที่สุดคือ “ผลตอบแทน” ดังนั้นแม้เธอจะมีจุดอ่อนในด้านภาพลักษณ์ Startup entrepreneur ที่ไม่น่าสนใจในตอนแรก แต่หากพิสูจน์ผลงานที่ออกมาเป็นเศรษฐศาสตร์และตัวเลขที่จับต้องได้จริง นักลงทุนก็ต้องยินดีลงทุนในที่สุด โดยจุดแข็งสำคัญที่ Julie มีแต่นักธุรกิจ Startup วัยรุ่นไม่มีคือประสบการณ์ในการบริหารที่หลากหลาย ซึ่งตัวเธอผ่านงานมามากและสามารถนำประสบการณ์ในการเป็นลูกจ้างในระดับบริหารมาใช้ในธุรกิจจริงของตนเองได้อย่างสมบูรณ์
SOURCE: http://www.theceoblogger.com
Comentarios